ชา มาจากที่ไหน?
ชามาจากจีนตะวันตกเฉียงใต้ ต้นชาเป็นพืชพื้นเมืองของเขตเนินเขาที่มณฑลยูนนานของจีนบรรจบกับเมียนมาตอนเหนือและอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ และชาเป็นเครื่องดื่มของชาวจีนมานานกว่าพันปีก่อนที่อังกฤษจะได้ลิ้มรส
จากยาสู่เครื่องดื่มประจำวัน
การดื่มชาน่าจะเริ่มขึ้นในยูนนาน ซึ่งใบของต้นชาพื้นเมือง Camellia sinensis ถูกนำมาชงเป็นยาเป็นครั้งแรก ตำนานจีนยกให้เสินหนง ผู้ปกครองในตำนาน เป็นผู้ค้นพบชา แต่หลักฐานทางกายภาพที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักคือชาที่พบในกลุ่มสุสานของจักรพรรดิฮั่นจิ่งตี้ ผู้สิ้นพระชนม์เมื่อ 141 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยราชวงศ์ถัง ลู่ อวี่ เขียน “คัมภีร์ชา” (ฉาจิง) หนังสือยุคแรก ๆ ว่าด้วยการปลูกและชงชา
ชาเดินทางอย่างไร
ชาออกจากจีนไปพร้อมกับพ่อค้าและพระสงฆ์ ใบชาที่พบในสุสานแห่งหนึ่งที่งารี (Ngari) ทางตะวันตกของทิเบต แสดงว่าชาไปถึงที่ราบสูงทิเบตแล้วราวปี ค.ศ. 200 พระชาวญี่ปุ่นไซโจและคูไกนำเมล็ดชากลับบ้านในปี 805 และ 806 และพระนิกายเซนเอไซก็นำมาเพิ่มที่เกียวโตในปี 1191 พ่อค้าชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปกลุ่มแรกที่นำเข้าชาในศตวรรษที่ 16 และในต้นศตวรรษที่ 17 เรือดัตช์ลำหนึ่งก็ขนชาเขียวไปยังอัมสเตอร์ดัม
ทำไมหลายคนทายว่าอังกฤษ
บริเตนรู้จักชาช้า โทมัส การ์เวย์ เริ่มขายชาในลอนดอนเป็นครั้งแรกในปี 1657 และเจ้าหญิงแคทเธอรีนแห่งบรากังซาของโปรตุเกส ทำให้ชาเป็นที่นิยมในราชสำนักหลังอภิเษกสมรสกับพระเจ้าชาลส์ที่ 2 ในปี 1662 ภายในปี 1750 ชาก็เป็นเครื่องดื่มประจำชาติของบริเตน แต่ใบชายังคงมาจากจีน แล้วบริเตนก็หันไปหาอินเดีย มีการพบต้นชาในอัสสัมในปี 1824 และในปี 1848 บริษัทอินเดียตะวันออกส่งรอเบิร์ต ฟอร์จูน นักพฤกษศาสตร์ ไปนำต้นชาออกจากจีนมายังอินเดีย
แหล่งที่มา: en.wikipedia.org › Tea ↗ · en.wikipedia.org › History of tea ↗ · pmc.ncbi.nlm.nih.gov ↗ · wals.info ↗